Story: ฝน ร่ม และโลกใบเล็กๆ [2]

Paring : - -

Rate : PG

Writer:xclover4x

 

……………………………………………………………………………………………………………..

 

 

 

เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรกัน

 

 

 

...ฝนตก...

 

 

 

เหตุใดเรื่องราวจึงต้องเกิด

 

 

 

...หยดน้ำที่เย็นเฉียบ...

 

 

 

ทำไมถึงไม่เคยจับตัวคนร้านนั้นได้

 

 

 

...เสียงที่ดังทามกลางฟ้าที่มืดมัว...

 

 

 

และเมื่อไรเรื่องเล่าพวกนี้จึงจะจางหาย

 

 

 

...จงตกลงมา จงกว่าเจ้าจะพอใจซะเถอะ...

 

 

 

....

 

 

 

....ฝน....

 

 

 

ท้องฟ้าได้มืดสนิทแล้ว แต่งานของคณะกรรมการนักเรียนยังคงไม่จบ ชายหนุ่มยังคงนั่งหลังขดหลังแข็งอ่านเอกสารสำคัญต่างๆอย่างถี่ถ้วน ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ชมรมต่างๆยื่นเรื่องของบประมาณในการทำกิจกรรมภายในชมรมแล้วด้วย เขาก็ยิ่งต้องรอบครอบมากกว่าเดิม การที่จะแบ่งงบให้แต่ละชมรมเท่าไรนั้น มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก หากแบ่งด้วยอารมณ์จะทำให้ชมรมต่างๆไม่พอใจและเห็นคณะกรรมการเป็นพวกเลือกที่รักมักที่ชังอีก

 

 

“ซาง่าคิ้วแกชนกันละนะ”

 

 

ไอโอรอสนั่งจ้องเพื่อนรักของตนมาตลอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ที่ทำแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดอ่านเอกสารที่วางกองอยู่ตรงหน้า เขาไม่เข้าใจเพื่อนคนนี้เลยจริงๆเอกสารแค่นี้ทำไมซาง่าถึงต้องทำหน้าเครียดซะขนาดนั้น

 

 

“จริงสิ..ช่วงนี้พวกเด็กปี1ลือกันให้แซดเรื่องผีหน้าประตูอ่ะ”

 

 

“ผีหน้าประตู?ไม่เห็นเคยได้ยิน”

 

 

ซาง่าละสายตาจากเอกสารในมือ มองหน้าเพื่อนซี้ที่กำลังยกขวดชาขึ้นดื่ม เขาแอบสนใจกับเรื่องเล่าที่ไม่เคยได้ยินนั้นเล็กน้อย

 

 

ใช่ว่าคนอย่างเขาไม่คิดจะสนใจเรื่องแบบนี้ ทั้งเรื่องภารโรงไร้หัว เสียงกรีดร้องในห้องวิทย์ หรือหัวปริศนาที่กลิ้งไปมาตรงทางเดิน เรื่องเล่าพวกนี้ต่างก็เป็นสิ่งลี้ลับภายในโรงเรียนที่ชวนให้นักเรียนชายหลายๆคนต่างก็อยากเข้ามาเพื่อพิสูจน์ คนที่เป็นถึงหัวหน้าคณะกรรมการนักเรียนเช่นเขาถ้าไม่รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนชายแซงทัวรี่มีหวังได้ถูกคนอื่นๆตำหนิเป็นแน่

 

 

“เหมือนจะเล่ากันว่า...ครั้งหนึ่งเคยมีนักเรียนชายคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของชมรมฟันดาบและกำลังแอบหลงรักรุ่นพี่ที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนอยู่ แล้ววันหนึ่งเขาคิดที่จะบอกความในใจกับรุ่นพี่คนนั้น เขายืนรอรุ่นพี่อยู่หน้าตึก7ตั้งแต่เลิกเรียน รอแล้วรอเล่า จากเย็นเป็นหัวค่ำ จากหัวค่ำเป็นดึก เขาก็ยืนรอรุ่นพี่อยู่ตรงนั้น ระหว่างที่รอ ฝนห่าใหญ่เหมือนวันนี้ก็สาดลงมา ถึงแม้ฝนจะตกลงมาเขาก็ไม่คิดย่อท้อยืนรอรุ่นพี่คนนั้นต่อไป แล้วในระหว่างรอนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังไล่มาจากด้านหลัง และยังมีเสียงอะไรหนักๆหล่นตุบลงพื้น พอหันกลับไปมองกับเห็นเพียงแสงสีเงินวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเห็นร่างของตนที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าตึก7ห่างออกไปเรื่อยๆ พอรุ่งขึ้นพี่ชายของเขาก็แจ้งตำรวจว่าน้องชายของตนหายไป ตำรวจที่มาสอบถามเพื่อน กับบอกว่าน้องชายที่หายตัวไปของเขานั้นยังซ้อมอยู่ที่โรงเรียนก่อนที่จะแยกกันมา และในเช้าวันเดียวทางโรงเรียนก็ได้โทรไปหาตำรวจว่าได้พบกองเลือดกองหนึ่งและรอยเท้าที่เดินวนอยู่รอบๆบริเวณนั้นอย่างกับว่ามันกำลังหาอะไรบ่างอย่าง แล้วหลังจากนั้นวันไหนที่ฝนตกใครก็ตามที่คิดจะออกทางประตูหน้าของตึก7ก็จะพบเด็กผู้ชายไร้หัวที่มีดาบไม้ไผ่สะพายอยู่ที่บ่า ยื่นอยู่หน้าประตูพร้อมซองจดหมายสีขาว เมื่อคิดจะเดินผ่านเด็กผู้ชายคนนั้นเขาจะยื่นจดหมายในมือนั้นให้และหากเผลอรับไว้ละก็....บอกลาโลกนี้ได้เลยละ”

 

 

ซาง่าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วเขาก็ก้มหน้าทำงานต่อ ไม่สนใจต่อสายตาอีกคู่หนึ่งที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่

 

 

“เดี๋ยวคงมีพวกอยากลองของมาลองกันอีกแน่”

 

 

“ชิ!!ทำไมท่าทางแกดูไม่กลัวเลยแฮะ”

 

 

ซาง่าเงยหน้าขึ้นสบตาไอโอรอส เขามองเจ้าเพื่อนตัวแสบด้วยสายตาที่เย้ยหยันพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก ทำเอาไอโอรอสถึงกับขนลุกเมื่อได้สบตาเพื่อนของตน

 

 

...ประกายแสงเจิดจ้า...

...เสียงดังสนั่น...

 

 

...แล้ว...

 

 

“โหย..เล่นซะไฟดับเลยแฮะ งี้จะทำงานต่อยังไงเนี่ย”

 

 

ไอโอรอสหรี่ตามองไปรอบๆห้องที่มืดสนิท เขาพยายามทำสายตาให้ชิดกับความมืดที่จู้ๆก็เกิดขึ้นโดยไว

 

 

ห้องสีขาวที่มืดสนิท เสียงสายฝนที่สาดซัดได้ยินอย่างชัดเจน ประกายแสงที่สว่างเป็นรอบๆ และความหนาวเหน็บที่ค่อยๆเข้าปกคลุม ชายหนุ่มทั้งสองต่างนั่งเงียบ ท่ามกลางความมืดเช่นนี้พวกเขาคงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะสายตาของมนุษย์นั้นไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กี่สมัย ต่างก็ไม่เคยชินกับมัน...

 

 

ไอโอรอสกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ตอนนี้สายตาของเขาก็ค่อยๆชินความความมืดนี้ขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะไม่เห็นอะไรมากนัก แต่เขาก็เดาได้ว่าของสิ่งใดวางอยู่ที่ไหนเพราะความเคยชิน

 

 

ความหนาวเหน็บเข้ามาปกคลุมโดยสิ้นเชิง เสียงสายฝนยังคงไม่มีทางทีจะแผ่วลง แต่แสงบนฝากฟ้ากับไม่มีทีท่าจะปรากฏขึ้นมาอีก

 

 

และนัยน์ตาต้องเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อสายตาของชายหนุ่มเหลือบเห็นมัน...

 

 

 

...

 

 

 

 

...

 

 

 

 

...แสงสีส้ม...

 

 

 

 

...

 

 

 

 

“ซาง่า..นี่แกพกเทียนมาโรงเรียนด้วยหรอ?”

 

 

ไอโอรอสเอ่ยถามเพื่อนของตนขณะที่กำลังพยายามตั้งเทียนเล่มใหญ่ลงบนโต๊ะ เขาทำหน้าเอือมระอากับเจ้าเพื่อนคนนี้จริงๆ ชอบพกของแปลกๆมาโรงเรียนบ่างละ ชอบตั้งกฎบ้าๆบ่างละ แถมยังตั้งกิจกรรมแปลกให้พวกนักเรียนเล่นอีก

 

 

..‘มิน่า.ทำไมน้องมันถึงขอย้ายโรงเรียนตอนกลางเทอม’..

 

 

“มันก็ต้องมีวันแบบนั้นบ่างล่ะน่า”

 

 

..‘วันแบบนั้น..มันวันแบบไหนของมันว่ะ?’..

 

 

ไอโอรอสถอนหายใจอีกครั้ง สองมือดันตัวลุกขึ้น เอื้อมมือหยิบกระเป๋าเป้สีดำที่เขาใช้ประจำขึ้นบ่า แล้วมองไปทางเพื่อนซี้ของตนอีกรอบ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังเจ้าร่มคันเล็กสีน้ำเงิน

 

 

“ชั้นกลับก่อนละ แล้วก็ขอยืมนั้นด้วยละกัน”

 

 

“อืม..พรุ่งนี้รีบมาด้วยละ”

 

 

“จ้าๆพ่อประธานนักเรียน”

 

 

เสียงประตูถูกปิดลงเมื่อเพื่อนรักของตนเดินออกจากห้อง ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แต่หาได้อยู่ตกในความมืดโดยสิ้นเชิงไม่ เพราะยังมีแสงไฟเล็กๆสีส้มจากเทียนเล่มใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในห้อง ซาง่ายังคงก้มหน้าสะสางงานของตนต่อ แม้ไฟฟ้าภายในโรงเรียนและบริเวณรอบๆจะดับลง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา ตราบใดที่ยังมีแสงจากดวงไปดวงน้อยนี้ เขาก็ยังสามารถทำงานต่อได้อย่างไม่เป็นอุปสรรค

 

 

สายตาไล่มองตัวหนังสือทีละบรรทัดอย่างรอบคอบไม่ให้ตกหล่นแม้แต่พยางค์เดียว เสียงลมและสายฝนยังคงดังไม่ขาดสาย นาฬิกาเดินหน้าอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย แรงสั่นเบาๆจากมือถือเครื่องสีดำหรูที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเรียกผู้เป็นนาย ซาง่าเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู นิ้วเรียวกดไล่ไปที่ข้อความถาดเข้า ก่อนที่จะเปิดข้อความนั้นอ่าน

 

 

ข้อความ ที่ไม่มีแม้แต่เบอร์หรือชื่อของคนส่ง

 

 

 

...

 

 

 

...‘กำลังจะหาของ เปิดประตูให้ที’...

 

 

ซาง่าว่างมือถือลงที่เดิม ในใจเขาคิดว่านี้ คงเป็นการเล่นตลกของใครบ่างคนที่อยากจะแกล้งเขาเป็นแน่ เช่น เจ้าเพื่อนตัวแสบ หรือ น้องชายเพียงคนเดียวของเขา

 

 

ในขณะที่สายตาละจากมือถือไม่ถึงเสี้ยววินาที ความหนาวเหน็บพัดผ่านหลังของเขาไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีอะไรสักอย่างเดินผ่านหลังเขาไป เขาหันหลังกลับไปมองในทันที สิ่งที่ตาทั้งสองของเขาเห็นมีเพียงแต่เงาของตัวเขาเท่านั้น เจ้าตัวถอนหายใจอย่างโล่งอก ความรู้สึกเมื่อกี้ ‘คงคิดมากไปเอง’

 

 

ซาง่าหันหลับไปทำงานต่อ หางตาเหลือบมองเห็นอะไรบ่างอย่างนอกหน้าต่าง

 

 

 

...แสงสีส้มที่ลอยไปมา...

 

 

ร่างกายลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ที่ ตาทั้งสองไม่อาจละสายตาจากเจ้าแสงนั้นได้ มือควานหามือถือที่ว่างอยู่

 

 

 

...และเจ้าแสงสีส้มก็หายไป...

 

 

“ไม่จริง!!”

 

 

 

...คำหลอกลวง ที่เป็นจริง...

 

 

 

...

 

 

 

...และนั้น ก็คือเรื่องจริง...

 

 

สองขาก้าวลงบันไดอย่างช้าๆ ในความมืดเช่นนี้การที่เดินจากห้องคณะกรรมการนักเรียนมาจนถึงบันไดหน้าตึกโดยไม่ชนสิ่งใดนั้นคงเป็นเรื่องยาก หากไม่ใช่นักเรียนของที่นี้เช่นไอโอรอสแล้วละก็ คงต้องเดินวนในความมืดนานเลยทีเดียว หรือไม่ อาจจะไม่ได้.......

 

 

ไอโอรอสใช้มือถือส่องทาง แล้วเดินลงไปทีละก้าว ทีละก้าว จนถึงบันไดขั้นสุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้นมองประตูหน้าตึกที่ในที่สุดเขาก็เดินมาถึง

 

 

...เงาสีดำ...

 

 

ร่มคันเล็กรวงหล่นจากมือสู่พื้นดังสนั่น เงาสีดำนั้นหันกลับมามอง และหันหลับไป

 

 

...ดาบไม้ไผ่...

 

 

...และกระดาษสีขาว...

 

 

นัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนที่จะหายไป......

 

 

 

...เป็นเพราะเจ้าใช่ไหม?...

 

 

 

...

 

 

 

..

 

 

 

 

...ฝน...

 

 

 

...

 

 

 

 

 

>>> TBC >>>

เน้นอีกครั้ง เรื่องนี้ใส่จริงๆนะคะ ขอโทษจริงๆนะคะที่มาต่อช้า หวังว่าคงยังไม่ลืมกันเนอะ ^^ นี้ก็สุดความสามารถละคะ T^T แบบว่ามันตันๆยังไงไม่รู้ ถ้าเป็นไปได้จะพยายามแต่งซีรี่ส์ ฝน ให้จบก่อนเปิดเทอมนะคะ เพราะอยากต่ออีก(หลาย)งานที่แต่งค้างไว้(เมื่อชาติที่แล้ว)  ยังไงก็ขอโทษอีกรอบนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่า..

 

 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นไว้ล่วงหน้านะคะ

ปล2.เดี่ยวตอบคำเม้นตอนหน้าละกันนะคะ ขอโทษด้วยจริงๆค่า ^^